2012/Apr/04

เอนทรี่ในวันนี้ขอพูดถึงประเด็นของแอฟพลิเคชั่นที่แต่เดิมรู้จักกันในเหล่าสาวกไอโฟนที่มีชื่อว่า
 
instagram
 
เมื่อวานคึกคักกันในเหล่าสาวกแอนดรอย ที่ตอนนี้มีแอฟพลิเคชั่นนี้ให้ใช้กันแล้ว
 
เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าตื่นเต้น สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้แอฟพลิเคชั่นนี้
 
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่น่าหมั่นไส้หรือไม่พอใจสำหรับกลุ่มคนที่ใช้แอฟพลิเคชั่นนี้อยู่ก่อนแล้ว
 
อันนี้ต้องย้ำว่าแค่กลุ่มคนเพียงเท่านั้น ไม่อยากเหมารวมทุกคนที่ใช้ไอโฟน
 
 
เรื่องก็มีอยู่ว่า
 
มีผู้ที่ใช้ไอโฟนและเล่นแอฟพลิเคชั่นสุดฮ็อตอย่าง instagramอยู่ก่อนแล้ว พอทราบข่าวเรื่องที่สาวกแอนดรอยได้ใช้แอฟพลิเคชั่นนี้บ้างก็ถึงกับทนอยู่นิ่งไม่ได้ ก็โพสข้อความว่า
 
"ถ้าใช้ instagram อย่ามา follow ฉันนะ" ทั้งนี้คนโพสหมายถึงสาวกแอนดรอยที่ใช้ instagram อย่ามาฟอลฉัน
 
และข้อความที่ถือว่าแรงมากๆนั้นก็คือ
 
"ชั้นจะได้เห็นแล้วสิว่าคนจนๆเค้ากินอะไรกัน" ก็หมายถึงพวกที่ใช้แอนดรอยเป็นพวกคนจนที่มาใช้แอฟพลิเคชั่น instagram ส่วนใหญ่ทุกคนที่เล่นแอฟจำพวกนี้ก็ชอบลงรูปพวกของกิน ก็หมายความอย่างที่เห็น
 
 
ที่เขียนข้างต้นเป็นข้อความจากชาวต่างชาติที่ดูถูกกันเอง
 
คราวนี้มาดูคนไทยกันบ้าง ข้อมูลจากเว็บพันทิพ
 
Instagram เมื่อลง Android เปรียบเหมือนการลดคุญค่าของตัวเอง 
Instagram เติบโตมากับ IOS แต่ตอนนี้ได้หันไปลง Android 
จะทำให้โปรแกรมถูกมองเป็นโปรแกรมพื้นๆๆ ทั่วไป และอาจจะเสื่อมความนิยมลง 
ที่มันดังเพราะดาราเล่นกันเยอะ และมันมีเฉพาะแค่บน Iphone แต่ถ้ามาเจาะ
ตลาดทั่วไปอย่างงี้บอกได้เลยว่าพลาดแล้ว เพราะดารา หรือคนดังจะเลิกเล่น 
เพราะความเป็น Unique มันได้หายไปแล้ว
 
 
มันมีอีกเยอะ เข้าไปอ่านได้ที่นี่
 
 
เท่าที่ทราบมา เหตุผมที่เจ้าของแอฟพลิเคชั่นนี้ สร้างแอฟนี้เพื่อสำหรับคนใช้แอนดรอยนั้น มันเป็นการตลาดที่เขาต้องการขยาย ไม่ใช้สร้างแอฟมาเพื่อคนกลุ่มเดียว 
 
การที่ขยายการตลาดเพื่อเพิ่มจำนวนคนที่ใช้แอนดรอยได้สามารถใช้แอฟพลิเคชั่นนี้เป็นความคิดที่ดีในแง่มุมมองของนักธุรกิจ เพราะคนในโลกนี้ไม่ได้ใช้ไอโฟนแค่อย่างเดียวเท่านั้น
 
 
แต่มันเกิดดรามาของคนกลุ่มหนึ่งที่มีโลกทัศนคติที่แคบ และชอบดูถูกคนอื่น
 
ส่วนตัวใช้ไอโฟน แต่ไม่เคยโหลดแอฟพลิเคชั่นนี้มาใช้ แต่แฟนใช้แอนดรอยพอมีให้โหลดมาใช้บนแอนดรอย
ก็เลยโหลดมาใช้ดู
 
ประสิทธิภาพการใช้การก็เหมือนๆกับแอฟพลิเคชั่นถ่ายรูปภาพต่างๆ ไม่ได้มีอะไรดีกว่ากัน
 
บางแอฟพลิเคชั่นที่ไม่ใช่ instagram ยังจะดีกว่าด้วยซ้ำ
 
เท่าที่ทดลองใช้ดู ไม่ชอบ instagram ตรงที่ เวลาเอารูปภาพจากอัลบั้มมาตกแต่ง มักจะขึ้นว่า
 
 
The photo is too small เสมอ
 
 
เมื่อเทียบกับแอฟพลิเคชั่นอื่นๆ นอกจากฟังชั่นการใช้งานจะมากกว่า instagram หรือน้อยกว่า ไม่ว่าจะเอารูปภาพจากอัลบั้มภาพมากี่รูป ก็ไม่มีปัญหาใดๆ นี่แหละที่คิดว่าเป็นข้อเสียของ instagram
แล้วทำไมแอฟพลิเคชั่นนี้จึงโด่งดังไปทั่วโลก
 
เพราะดาราคนดังเล่นกันเยอะหรือ? คุณค่าของแอฟพลิเคชั่นนั้นถูกวัดกันว่าดีกว่าหรือไม่ดีตรงที่คนดังเล่นเยอะหรือไม่เท่านั้นใช่ไหม?
 
 
ก็เหมือนอย่างที่คนใช้ไอโฟนดูถูกคนใช้แอนดรอยว่าจนกว่า ไม่รู้ว่าคนแบบนี้เอาอะไรมาวัดว่ารวยหรือจนอยู่ที่การใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออะไร
 
ถ้าให้พูดตรงๆ โทรศัพท์แอนดรอยบางยี่ห้อ ยังจะราคาแพงกว่าไอโฟนเสียอีก อาจแพงกว่ากันไม่เท่าไหร่
 
 
เชื่อหรือไม่ หากพูดกันเรื่องคุณภาพ ไอโฟนกำลังถูกการตลาดอย่างซัมซุงเล่นงาน
 
เพราะคนที่ใช้ไอโฟนหลายๆคนก็เปลี่ยนมาใช้ซัมซุง ซึ่งเป็นระบบแอนดรอย เพราะอะไรล่ะ?
 
 
หากลองคิดให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้วัดกันที่ของภายนอก คนรวยตัดสินคนจนที่รูปลักษณ์อย่างนั้นหรือ?
 
 
อันนี้ไม่พูดถึงดีกว่ามันนอกประเด็นกับเรื่องดรามาที่เกิดขึ้น
 
 
อยากจะฝากคนที่ใช้ไอโฟนบางกลุ่ม หรือคนที่คิดจะใช้ไอโฟนด้วยเหตุผลที่ว่า ใช้แล้วทำให้ตัวเองดูอัพเกรดเป็นคนรวย เซเลป อย่าคิดอย่างนั้นเลย
 
ดูที่คุณภาพและการใช้งานจะดีกว่า หากคิดแบบนั้น มันก็ทำให้คุณค่าของไอโฟนดูต่ำกว่าแอนดรอยเสียอีก
 

edit @ 4 Apr 2012 16:29:03 by ★亀梨和也★♪赤西仁★

2012/Mar/05

ก่อนอ่านเอ็นทรี่นี้ขอทำความเข้าใจนิดนึง
 
บล็อกนี้เป็นบล็อกของเรา เราเขียนบล็อกเพราะความนึกคิดของเรา
 
ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดที่เราจะเขียน หากรับไม่ได้ก็ไม่ต้องอ่าน
 
 
-------------------------
 
 
 
 
สมัยนี้พูดตามตรงว่าถ้าจะเสพเพลงไทย ที่มีนักร้องไทยร้องต้องย้ำว่า
 
ฟังเพื่อความบันเทิงจริงๆ หากจะฟังเพราะเนื้อหาของเพลงนั้นหาได้ยากมาก
 
 
อันนี้ไม่ได้พูดเหมารวมไปถึงศิลปินนักร้องไทยทั้งหมดนะคะ ขอให้เข้าใจด้วย
 
 
 
สมัยนี้การตลาดของค่ายเพลงนั้นมักจะเน้นที่รูปร่างหน้าตาเป็นจุดขายเสียส่วนใหญ่
 
 
ไม่ได้เน้นคุณภาพของเพลงหรือเนื้อหาความหมายของเพลงเหมือนอย่างเพลงสมัยก่อน
 
 
 
ไม่ต้องเอามาเทียบกับเพลงลูกกรุงหรือเพลงของสุนทราพรณ์หรอก
 
 
เอาเพลงของนักร้องอย่างพี่เบริ์ดก็ได้ สมัยก่อนเพลงพี่เบริ์ดใครที่ฟังก็จะรู้ดีว่าทั้งเพราะและสนุกมีความหมายดี
 
 
 
อย่างเพลงที่กำลังจะพูดถึงในวันนี้ก็คือเพลง ไม่ถอดใจ ของเนโกะจั๊มพ์ ที่เขาว่าดังนักหนา (ว่ากันในค่ายของตัวเอง)
 
 
 
 
เมื่อคืนบังเอิญเปิดดูรายการเอเชี่ยนเคาน์ดาวน์(อันที่จริงน่าจะเปลี่ยนชื่อรายการว่า โคเรียเค้าดาวน์นะ [หัวเราะเจื่อน] )
 
ก็ไปเจอการนำเสนอพิธีกรนำเที่ยวเกาหลีแล้วก็ตัดไปช่วงเปิดเอ็มวีเพลงฮิตฮ็อต  นั่งดูก็จะเป็นเนโกะจั๊มพ์กับ
 
 
 
ซิงเกิลล่าสุด ไม่ถอดใจ(Girls on Top) มาในลุคเซ็กซี่ นั่งดูนั่งฟังทำนองเพลงก็ใช้ได้ทันสมัยดี แต่พยายาม
 
 
นั่งแกะความหมายของเพลงแล้วมัน เนื้อหาของเพลงมันต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่
 
 
อันนี้เป็นเนื้อเพลงของเพลงนี้
 
 

เนื้อเพลง ไม่ถอดใจ -  Neko Jump อัลบั้ม  Neko Jump Ahhh!

ไม่ถอดใจ


ฉันยิ้มให้อย่าสนใจ ฉันน่ะไม่ได้ตั้งใจ


เธอก็แค่น่ารักไป Sorry Sorry


ฉันก็แค่ประทับใจ ไม่ได้แกล้งประชดใคร


คนข้างๆเธอคิดไง Baby Baby


เธอกลัวจะมีปัญหากับเค้าอันนี้ก็เข้าใจ


คงจะไม่ไปแสดงให้ใครระแวงและหวั่นไหว


ฉันก็ไม่รู้นะเธอจะคบเขานานได้เท่าไหร่


เลิกกันเมื่อไรโทรมาOKมะ


ฉันไม่ถอดน่ะ ฉันไม่ถอดน่ะ ฉันไม่ถอดหรอก..Oh!


ฉันไม่ถอดใจแค่เธอรักใครu know?..You’re my boy


ให้ฉันถอด ฉันก็ไม่ถอดน่ะ ฉันไม่ถอดหรอก..Oh!


ฉันไม่ถอดใจเธอจะว่าไง u know?..You’re my boy


บอกเค้าให้เชื่อหน่อย ว่าฉันไม่ได้อ่อย


แค่เผลอไปนิดหน่อย..สองหน่อย..ไม่บ่อย..


เธอรักเขาก็ดีกันไป เขารักเธอก็ไม่เป็นไร


ฉันชอบเธอได้โปรดเข้าใจ Don’t Stop my mind

---------------

เท่าที่เห็นและแกะความหมายของเพลงก็คือ สาวสองคนยิ้ม(อ่อย?)ชายคนหนึ่ง(พระเอกเอ็มวีที่ถือกล้อง)

แต่ทว่าชายคนนั้นดันมีเจ้าของแล้ว เพราะงั้นสองสาวก็เลยว่าจะไม่ทำให้ผู้หญิง(ลึกลับที่ในเอ็มวีไม่คิดจะเอ่ยถึง)

ของชายคนนี้คิดระแวงว่าพวกหล่อนจะไปแย่งชายคนนี้มา

 
แต่สองสาวก็มีการบอกว่า "เลิกกันเมื่อไรโทรมาOKมะ" 
 
 
งี้ไม่เรียกว่าอ่อยเหรอ? เห็นเนื้อเพลงแล้วหงายเงิบ
 
 
 
เด็กไทยสมัยนี้ฟังเพลงที่มีเนื้อหาแบบนี้แล้วหรือ?
 
 
 
ไม่รู้ว่าคนเขียนเพลงต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่
 
 
 
 
ตั้งแต่เนื้อร้อง อ้า อ๊า ... อะไรนั่น!!!
 
 
 
จุดขายเพลงนี้คืออะไร?  คำตอบก็คือความเซ็กซี่ของสองสาวพี่น้องฝาแฝด 
 
 
แน่นอน ยอมรับว่าสองสาวพี่น้องคู่นี้เซ็กซี่มาก
 
 
คุณผู้ชายที่ดูเอ็มวีนี้ คงได้พากันไปเตะฟุตบอลกันเป็นแถว
 
 
(แค่ได้ยินเสียงอ่ะ อ๊า อ้า ตอนเริ่มเพลงก็คงลุกไปเตะบอลกันแทบไม่ทันแล้ว [หัวเราะ] )
 
 
 
ต้องปรบมือดังๆให้กับความสำเร็จของเพลงนี้ 
 
 
 
ที่มีเนื้อเพลงที่สอนให้เยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ รู้จักการอ่อยผู้ชายที่มีแฟนแล้ว
 
 
และจุดขายที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดก็คือความเซ็กซี่ 
 
 
 
 
 
*จุดพรุ่!!!!*
 
 

2012/Feb/24

วันนี้ขอเขียนบล็อกหน่อยเถอะ ว่าจะไม่เขียนแล้ว
 
แต่กระแสต่อว่าคัตตุนมันเข้าหูเต็มๆตั้งแต่เมื่อบ่าย ทนไม่ไหวจริงๆ
 
ใครเป็นแฟนจิน หากทนไม่ได้ที่จะอ่านก็ไม่ต้องอ่านนะคะ
 
 
เดี๋ยวจะมาด่าเราอีก 
 
 
ประเด็นคือข่าว ใครที่ไม่ได้อ่านข่าวให้อ่านแปลข่าวที่นี่ก่อน
 
 
 
สำหรับ KAT-TUN แล้ว อาคานิชิเป็น “คนที่อยู่ในอดีต”
 
 
ข่าวปิดท้ายแบบนี้ อ่านแล้วหดหู่เหมือนกัน แต่
 
 
มันไม่ผิดหากคัตตุนจะคิดแบบนั้น
 
 
 
ถามว่าทำไม?
 
 
 
แล้วจินล่ะ สำหรับจิน KAT-TUNเป็น "กลุ่มคนที่อยู่ในอดีต"หรือเปล่า? 
 
 
 
ถ้าคัตตุนจะเห็นจินเป็นเพียงอดีตสมาชิกคนหนึ่งมันผิดด้วยเหรอ? เพราะเท่าที่ตามคัตตุนมาตั้งแต่
 
คัตตุนยังมีสมาชิก6คน ทุกคนจะรู้ว่าคนที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของสมาชิกคัตตุนคือใคร
 
 
มันตั้งแต่เรื่องที่ตัดสินใจไปเรียนต่อภาษาโดยไม่ปรึกษาใครทั้งสิ้นแล้วล่ะ
 
 
 
เรื่องราวครั้งนั้นมันทำให้ทั้งคัตตุนและคนที่ร่วมงานกับเขาคนนั้นเดือดร้อนมากแค่ไหน
 
 
 
หากสมาชิกคัตตุนจะโกรธก็ไม่แปลก แล้วไหนจะพวกงานต่างๆที่เขาคนนั้นรับเดียวๆอีก
 
 
การตัดสินใจอะไรโดยที่ไม่ปรึกษาใครแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนกันถ้วนหน้า นี่เหรอการกระทำของคนที่
 
 
ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง
 
 
 
นี่คือเรื่องหนึ่ง
 
 
 
แล้วก็มีอีกเรื่องที่เขาคนนั้นไปทำโซโล่โดยประกาศออกจากคัตตุนไป อันนี้เข้าใจดีว่าเขา
 
 
คนนั้นต้องการเป็น
 
"Jin Akanishi" 
 
 
และเขาคนนั้นก็ได้เป้นดั่งใจหวัง 
 
 
อันนี้ไม่เคืองกัน หากเขาคนนั้นมีความสุขกับการทำงานเดี่ยว ก็ดีที่ไม่ฝืนตัวเองในการร่วม
 
 
งานกับคัตตุนต่อ
 
 
เพราะเท่าที่เห็นและดูเปรียบเทียบกัน ถ้ามองด้วยความเป็นกลาง ระยะหลัง(กลับมาจาก
 
อเมริกามาทำงานกับคัตตุนอีกครั้ง) เขาคนนั้นดูจะไม่มีความสุขเอาเสียเลย ยิ้มแทบจะนับ
 
ครั้งได้ เมื่อเทียบกับตอนได้โซโล่โกอินเตอร์
 
 
เขาดูมีความสุขมาก!
 
 
เรื่องนี้ข้ามไป เพราะถ้าเขาคนนั้นยังฝืนตัวเองทำงานร่วมกับคัตตุนอยู่
 
เราคงไม่ได้เห็นคัตตุนอย่างทุกวันนี้
 
 
คงจะเห็นคัตตุนในรูปแบบแปล่งๆ ทำงานแปล่งๆ ถ่ายแบบแปล่งๆเหมือนตอนที่เขาคนนั้น
 
กลับมาทำงานในฐานะคัตตุนใหม่ๆ
 
 
 
และก็มาเรื่องล่าสุด(ไม่ได้นับเรื่องจิปาถะเล็กๆน้อยๆที่เขาคนนั้นทำนะ)
 
เรื่องแต่งงานสายฟ้าแล่บ เจ้าสาวเบนโลจริงหรือ?
 
 
เบนโลไม่เบนโลไม่รู้ รุ้แต่ว่าสิ่งที่เขาคนนั้นทำครั้งนี้มันสร้างปรากฎการณ์ช็อคแฟนๆทั่ว
 
โลก
 
 
นี่หรือการกระทำของคนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น
 
 
เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเขาคนนั้นจะทำมันไม่แปลก มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่
 
 
ผู้ชายคนหนึ่งจะแต่งงาน
 
 
แต่การกระทำของเขามันเหมือนเอามีดปลายแหลมมาทิ่มแทงหัวใจของเหล่าบรรดาแฟน
 
 
คลับ ที่รักและเทิดทูนเขาเหลือเกิน
 
 
 
ไม่อยากพูดถึง เพราะเรื่องนี้ ส่วนตัวไม่ได้เสียใจอะไร
 
 
 
 
มาพูดถึงประเด็นดีกว่า 
 
 
 
การที่คาซึยะไม่ตอบคำถามนักข่าวก็ถูกด่า
 
 
ทำไมไปด่าคาซึยะล่ะ การที่คาซึยะไม่ตอบคำถามมันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
 
 
ในข่าวเขาก็บอก (ลองไปอ่าน)
 
 
 
ส่วนที่โคกิพูดว่า  “หมอนั่น มันบ้ารึเปล่า!?”
 
 
 
 
 
ก็ไม่แปลก ก็เล่นเปิดเผยเรื่องแต่งงานกระทันหันแบบนั้น
 
 
แฟนๆที่ไหนจะรับได้ล่ะ!
 
 
 
 
โคกิถึงได้พูดไงว่า  “หมอนั่น มันบ้ารึเปล่า!?”
 
 
 
ส่วนนากามารุ ที่ตอบคำถามและแสดงความยินดีอย่างเสียไม่ได้
 
 
ทุกคนก็คงจะรู้ว่านากามารุนั้นตอบไปตามมารยาทเพียงเท่านั้น
 
 
 
 
ที่เห้นมีแสดงความยินดีก็มีแค่ทางุจิคนเดียวเท่านั้นเอง
 
 
 
 
คหสต ของเรา เข้าใจว่าทำไมคัตตุนถึงเลี่ยงจะไม่แสดงความคิดเห็น
 
 
การที่นักข่าวมาถามเรื่องแต่งงานของอดีตสมาชิกร่วมวง ที่ไม่รู้ว่าติดต่อกันบ้างหรือไม่นั้น
 
 
มันสมควรแล้วหรือ?  ทำไมไม่ไปเค้นถามแบบเสียมารยาทกับเจ้าตัวเลยดีกว่า
 
 
 
แล้วพวก...ที่มาต่อว่าคัตตุนว่าใจดำ ลืมเพื่อน หรือหลายๆอย่างบลาๆๆๆ
 
 
 
 
 
อยากถามหน่อยว่า เขาคนนั้นที่พวกคุณรักและเทิดทูนนักหนา เคยเอ่ยถึงคัตตุนบ้างไหม?
 
 
เคยไหม?  หรือ
 
 
 
สำหรับจิน KAT-TUNเป็น "กลุ่มคนที่อยู่ในอดีต" ไปแล้วอย่างนั้นหรือ....
 
 
 
 


edit @ 25 Feb 2012 00:30:34 by ★亀梨和也★♪赤西仁★